• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บไซด์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

poker online

ufa

ufabet

ปูนปั้น

สล็อตเว็บตรง

สล็อตเว็บตรง

บาคาร่า168

PG SLOT

สล็อต

pgslot

PG SLOT

PG SLOT

pg slot

PG SLOTเว็บตรง

PG SLOT เว็บตรง

pg slot

บาคาร่า

PG SLOT

pg slot

PG SLOT

บาคาร่า168

PG SLOT

สล็อต

บาคาร่า168

PG SLOT

สล็อตเว็บตรง

pg slot

สล็อตเว็บตรง

เว็บสล็อตใหม่ล่าสุด

สล็อต pg เว็บตรง แตกหนัก

Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Topics - Shopd2

#3141


กทม. 1 พ.ค. – หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา มาตรการยกระดับคุมโควิดมีผลบังคับใช้แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัด งดกินอาหารในร้าน งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น




หลังจากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในฐานะ ผอ.ศบค. เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ยกระดับมาตรการควบคุมโควิด-19

โดยได้เห็นชอบปรับระดับให้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นนทบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี และสมุทรปราการ



พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จากเดิมมีอยู่ 18 จังหวัด เพิ่มเป็น 45 จังหวัด คือ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ เชียงราย ตรัง ตาก นครปฐม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นราธิวาส น่าน ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ภูเก็ต มหาสารคาม ยะลา ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สระแก้ว สงขลา สมุทรสาคร สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี


พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) เดิมมี 59 จังหวัด เหลือ 26 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาฬสินธุ์ ชัยนาท ชุมพร ตราด นครนายก นครพนม หนองคาย บึงกาฬ บุรีรัมย์ พังงา พะเยา แพร่ มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร เลย สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อำนาจเจริญ

ในพื้นที่ที่ถูกปรับระดับเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี นนทบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นพื้นที่จำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดอย่างยิ่ง เพื่อให้การสกัดและยับยั้งการระบาดของโรคเป็นไปโดยรวดเร็วและเด็ดขาด จึงมีมาตรการที่เข้มงวดกว่าพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) และพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ซึ่งมาตรการที่ต้องปฏิบัติตามหลังเที่ยงคืนนี้ มีดังนี้




การจัดกิจกรรม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 20 คน

ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น โดยงดการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม สุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และเปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น.


สนามกีฬา สถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส ให้ปิดให้บริการ ส่วนสนามกีฬา หรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทกลางแจ้งหรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชมในสนาม

ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ จนถึงเวลา 21.00 น. โดยให้จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการและงดเว้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ยกเว้นส่วนที่เป็น ตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม และสวนสนุก ที่งดการให้บริการ

ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ เวลา 04.00-23.00 น. สำหรับร้านหรือสถานที่ซึ่งตามปกติเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดดำเนินการได้ใน เวลา 04.00 น.

ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดการเดินทางที่อาจเสี่ยงต่อการติดโรค

ขณะที่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการเอกชน พิจารณาทำงานที่บ้านตามมาตรการขั้นสูงสุดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน

ย้ำว่ามาตรการที่ออกมานี้ เป็นการขอความร่วมมือ ไม่ใช่การล็อกดาวน์แต่อย่างใด. – สำนักข่าวไทย
#3142

จีนน่าจะเป็นประเทศเดียว ณ วันนี้ที่ยังยืนยันที่จะเดินหน้าจัดการกับการแพร่ระบาดด้วยนโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" หรือ Zero-Covid strategy

ทั้งๆ ที่ประเทศส่วนใหญ่พยายามจะปรับแนวทางเป็น "ต้องอยู่ร่วมกับโควิด" ให้ได้

ทุกวันนี้ จีนยังเข้มงวดกับมาตรการควบคุมโรคที่อย่างยิ่ง

ทุกคนที่เดินเข้าโรงแรมห้าดาวต้องเข้ากระบวนการกักโรค 2 สัปดาห์

เหตุเป็นเพียงเพราะแขกคนหนึ่งของโรงแรมติดโควิด

 หรือเมื่อพนักงานรถไฟความเร็วสูงคนหนึ่งติดโรคนี้ก็ทำให้ผู้โดยสารของรถไฟทั้งขบวนต้องถูกกักโรคและเข้ารับการตรวจหาเชื้อกันจ้าละหวั่น

ที่สวนสนุกเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ นักท่องเที่ยว 33,863 คน ต้องเข้ารับการตรวจโควิดเพียงเพราะมีคนมาเที่ยวในวันก่อนหน้า 1 คนติดโควิด

จึงกลายเป็นว่าจีนเป็นประเทศแรกที่ใช้มาตรการควบคุมโรค เพื่อต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 อย่างเข้มข้น

และดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในประเทศสุดท้ายที่ผ่อนคลายข้อบังคับต่างๆ เหล่านี้

นักข่าวต่างชาติบางคนบอกว่าพอลงไปพูดคุยกับชาวบ้านคนจีน ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหากับมาตรการเข้มงวดเหล่านี้

เพราะพวกเขาถือว่าถ้าความเอาจริงเอาจังอย่างนี้ทำให้ปลอดภัย ก็ยอมรับกับความไม่สะดวกของชีวิตประจำวันที่ต้องประสบ

นักข่าวคนหนึ่งถามผู้หญิงคนหนึ่งว่าจีนควรจะเปิดประเทศให้เร็วขึ้นไหม

ได้รับคำตอบว่ารอต่อไปจนกว่าโรคระบาดนี้จะถูกจัดการได้อย่างเหมาะสมก่อนดีกว่า

เพราะความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง

อีกคนหนึ่งถูกถามคำถามเดียวกัน เธอตอบว่าเมื่อยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างสมบูรณ์ที่จะนำไปปรับปรุงวัคซีนให้ดีขึ้นก็ต้องเน้นความปลอดภัยของสังคมเอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุด

นั่นสะท้อนว่าคนจีนส่วนใหญ่ยอมรับมาตรการ "โควิดเป็นศูนย์" มากกว่าผู้คนในประเทศอื่นๆ มากมายนัก

เพราะหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ ต่างก็จัดการบริหารโควิดด้วยวิธีการที่ผ่อนเบากว่าจีนหลายด้าน

เริ่มต้นด้วยการพยายามขจัดการแพร่ระบาดของเชื้อให้หมดสิ้นไปจากชุมชน

ทำให้หลายเมืองต้องเข้าสู่การล็อกดาวน์จนกว่าจะหยุดยั้งการระบาดได้

โดยมีเป้าหมายแรกเริ่มคือการทำให้การระบาดภายในท้องถิ่นเป็นศูนย์

แต่พอมีปัจจัยสองประการเข้ามาแทรกก็ทำให้หลายประเทศเหล่านี้ต้องปรับแผนสู้ใหม่

ปัจจัยที่ว่านี้คือการพบสายพันธุ์เดลตา

ปัจจัยที่สองคืออัตราการให้วัคซีนต้านโควิดแก่ประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น

พอประชาชนได้รับวัคซีนมากขึ้น แม้จะยังมีผู้ติดเชื้อแต่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการป่วยรุนแรงถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล

ทำให้หลายประเทศยอมเปิดพรมแดนรับนักเดินทางจากต่างประเทศอย่างที่ไทยเราทำอยู่

แต่จีนยังไม่เปลี่ยนแนวทางเข้มข้นของตนแต่อย่างไร

เพราะยังคงเป็นเรื่องยากที่จะออกวีซ่าให้คนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ

คนจีนเองก็ยังเดินทางออกนอกประเทศได้ยากเช่นกัน

ข้อมูลทางการจีนบอกว่าเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จีนพบโควิดระบาดในประเทศกว่า 1,000 ราย แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่สูง แต่การระบาดได้แพร่เข้าไปใน 21 มณฑล

นี่ จีนถือว่านี่เป็นเรื่องใหญ่

แม้พบผู้ติดเชื้อเพียงไม่กี่ราย ทางการก็ใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดแบบเดียวกับการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่หลักร้อยหรือหลักพันคน

นั่นคือนโยบาย "แม้รายเดียวก็ไม่อาจยอมรับได้"

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์หลายคนจะขอให้ทบทวนนโยบายนี้ แต่ทางการจีนยังยึดหลักเข้มงวดเต็มพิกัดนี้อยู่

หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่เสนอให้ทางการจีนทบทวนแนวทางนี้คือศาสตราจารย์กวน อี้ นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลจีน

แกเสนอให้ทางการจีนเปลี่ยนวิธีตรวจโควิดจากการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรม (nucleic acid test) มาเป็นการตรวจหาสารภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี

ซึ่งอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจประสิทธิผลของวัคซีนได้มากขึ้น

แกบอกว่าในระยะยาวไม่มีทางที่นโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ของทางการจีนจะใช้ได้ผลในแง่ของการขจัดโควิดให้หมดสิ้นไป

นักวิทยาศาสตร์คนนี้บอกว่าตอนนี้เชื้อไวรัสโคโรนาปักหลักอยู่อย่างถาวรแล้ว ไม่ต่างอะไรกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะยังแพร่ระบาดในมนุษย์ต่อไปอีกนาน

ดร.หวง หยานจง จากสภาความสัมพันธ์ต่างประเทศที่มีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์กบอกว่าปัญหาสำคัญคือ วัคซีนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ได้

แทนที่รัฐบาลจีนจะ "ทำใจยอมรับความจริง" เรื่องนี้ แต่ปักกิ่งกลับตอบสนองด้วยความกลัวและเพิ่มมาตรการมากขึ้นอีก

จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนจะวิเคราะห์ว่านโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ของรัฐบาลจีนนั้นเป็นการผสมผสานแนวทางการแพทย์กับแนวคิดทางการเมืองเพื่อสามารถอ้างความสำเร็จต่อประชาชนถึงความสามารถในการรับมือการระบาดของโควิด

ผู้นำจีนคงต้องการจะพิสูจน์ว่าระบบการปกครองแบบเข้มงวดกวดขันแบบของจีนนั้นมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโควิดได้ดีกว่าโลกตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด

ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าอีกสาเหตุหนึ่งที่ทางการจีนต้องการให้ประเทศปลอดจากการระบาดของโควิดก็คือ เพราะปีหน้ามีงานใหญ่ระดับชาติรออยู่

หนึ่งในนั้นคือมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาวในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

แม้จะไม่มีการขายบัตรให้ประชาชนเข้าชมตามปกติ แต่ทางการก็มีเป้าหมายที่จะให้มีผู้ชมอยู่บนอัฒจันทร์จำนวนหนึ่งที่ควบคุมได้

ยิ่งกว่านั้นในเดือนตุลาคมปีหน้าจะมีการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่จัดขึ้นทุก 5 ปี

เป็นจังหวะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองด้วยการดำรงตำแหน่งผู้นำเป็นสมัยที่ 3

ถ้าฟังคุณหมอจง หนานซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจที่เป็นเหมือนหมอแอนโทนี ฟาวซี ของสหรัฐฯ เพราะประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐให้ความเชื่อถือก็จะเห็นได้ว่านโยบายเรื่องนี้คงจะไม่เปลี่ยนไปง่ายๆ

หมอจง หนานซาน ให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า มาตรการโควิดที่เข้มงวดของจีนจะ "ยังอยู่ต่อไปอีกนาน" ทีเดียว

เพราะอัตราการเสียชีวิตจากโควิดของทั่วโลกที่ระดับ 2% นั้น ยังสูงเกินไปที่จีนจะยอมรับได้แม้จะมีวัคซีนแล้วก็ตาม

แกบอกว่าความเสียหายจากการเปิดประเทศเร็วเกินไปก็จะไม่คุ้มค่า

และจีนจะเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ ที่ใช้แผนการ "อยู่ร่วมกับโควิด"

ดังนั้น ใครที่คิดว่าจีนจะคลายล็อกมาตรการควบคุมโควิดในเร็วๆ นี้ ก็ต้องคิดใหม่เสียแล้ว.
#3143


บลจ.ยูโอบี จับตาผลกระทบจากโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ต่อสินทรัพย์แต่ละประเภทอย่างใกล้ชิด หากผลกระทบรุนแรง อาจจะแนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงอีก หรือลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น Cyclicals คาดความผันผวนในตลาดสูงระยะสั้น จากความไม่แน่นอน

รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี(ประเทศไทย)จำกัดระบุว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ทำให้ความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลมากนัก โดยโอไมครอนถูกพบว่า มีการกลายพันธุ์จำนวนมากบนรหัสพันธกรรม ผู้เชี่ยวชาญบางคนประเมินว่า อัตราการแพร่กระจายและการดื้อต่อวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจสูงกว่าสายพันธุ์เดลต้า  แต่ประเด็นนี้ ก็ยังไม่ได้รับการทดสอบและทดลองอย่างเหมาะสม แต่ถึงแม้ว่าจะจริง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดก็จะขึ้นอยู่กับระดับของอัตราการแพร่กระจายและประสิทธิผลของวัคซีนในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวด้วย 

 

ประเด็นสำคัญที่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนอีกประการหนึ่งก็คือระดับความรุนแรงของไวรัส การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่มีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์อื่นๆก่อนหน้านี้เป็นแนวป้องกันด่านแรก แต่เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพมากเพียงใดในการต้านทานไวรัสสายพันธุ์นี้และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาที่ต้องใช้ในการปรับปรุงวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงยังมีความเสี่ยงที่แนวป้องกันนี้อาจจะไม่สามารถต้านทานไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวได้ดีนัก


ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาของรัฐบาลและธนาคารกลางด้วย โดยหลายประเทศมีมาตรการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ Omicron โดยการออกมาตรการจำกัดการเดินทางจากบางประเทศในแอฟริกา อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่า รัฐบาลของประเทศต่างๆไม่ได้ต้องการที่จะใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด เว้นเสียแต่ว่าจะถูกสถานการณ์บังคับหากเกิดการระบาดอย่างรุนแรงและ/หรือความสามารถในการให้บริการของระบบสาธารณสุขเข้าไปใกล้ขีดจำกัดมากเกินไป 

 

สำหรับธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) เราคิดว่าแรงกดดันให้เร่งลด QE อาจจะลดลงบ้างเนื่องจากความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น แต่เราก็เชื่อว่า Fed น่าจะไม่ได้ต้องการชะลอการลด QE ลง เราคิดว่า Fed อาจจะต้องการรักษาทางเลือกที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นในกรณีที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงกลางปี 2022
 


ส่วนผลผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยพบว่า ผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับตัวลงเล็กน้อย ยกเว้นพันธบัตรอายุ 7-15 ปี ที่ปรับลดลง 5bps (1bps=0.01%)ในวันศุกร์ ที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10ปี ที่ปรับตัวลง 16bps ตั้งแต่ข่าวไวรัสโอไมครอนออกมา เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศมีความกังวล เรื่องผลกระทบต่อเศรษฐกิจและต้องการลดความเสี่ยงในการลงทุน โดยมีการขายพันธบัตรไทยออกด้วย 

 

ทั้งนี้มียอดขายสุทธิในพันธบัตรอายุต่ำกว่า 1 ปี สูงถึง 2,644 ล้านบาทและขายพันธบัตรอายุมากกว่า 1 ปี 948 ล้านบาท  ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวอย่างรวดเร็ว จาก 33.40 บาท มาอยู่ที่ 33.68 บาทต่อUSD อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อจากนักลงทุนกลุ่มธนาคารเข้ามาสนับสนุนและกดผลตอบแทนลง ส่วนตลาดตราสารหนี้ไทยเช้านี้ ยังคงเงียบๆ ผลตอบแทนส่วนใหญ่ยังเสนอซื้อขาย รอบๆ ราคาปิดเมื่อวันศุกร์
 
 
ส่วนแนวโน้ม คาดว่านักลงทุนจะยังรอดูสถานะการณ์และผลการศึกษาผลกระทบของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ก่อนว่าจะรุนแรงหรือไม่ และประสิทธิภาพของวัดซีนปัจจุบันจะสามารถป้องกันได้แค่ไหน น่าจะส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ไทยและผลตอบแทนพันธบัตรเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ หรืออาจปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากหายตื่นตระหนก
 

กลยุทธ์การลงทุน ในตราสารหนี้ไทย เรายังคงอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ใกล้เคียงกับมาตราวัด เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย ที่พึ่งพิงการท่องเที่ยวยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะมีการนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลับเข้ามา
 

ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดตราสารทุนไทย รัฐบาลไทยประกาศห้ามผู้ที่เดินทางมาจาก 8 ประเทศในแอฟริกาตอนใต้ที่พบการระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์ใหม่เดินทางเข้ามาในไทย โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว

 

เราจะติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสสายพันธุ์ Omicron และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสินทรัพย์แต่ละประเภทอย่างใกล้ชิด หากเราประเมินว่าจะมีผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงก็อาจจะแนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงอีกและ/หรือลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น Cyclicals

 

เราคาดว่า ความผันผวนในตลาดน่าจะยังคงสูงในระยะสั้นจากความไม่แน่นอนที่รออยู่ และในช่วง 2 วันที่ผ่านมาดัชนีตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับตัวลงมาเกือบ 50 จุด หรือประมาณร้อยละ 3  ถือว่าน่าจะได้รับข่าวของไวรัสสายพันธุ์ omicron บ้างแล้ว  อย่างไรก็ดี กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนเราคือเน้น Domestic reopening with less exposure on international reopening  และยังคงเน้น EV ธีม Electronics สื่อสาร

 

ส่วนกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ และ Domestic reopening น่าจะปรับฐานระยะสั้น เนื่องจากน้ำหนักการลงทุนในตราสารทุนไทยล่าสุดอยู่ที่ 93% เทียบมาตรวัด 90%   เราคาดว่า จะลดน้ำหนักส่วนนี้มาที่ระดับ 90% ในจังหวะที่เหมาะสม   
 

ด้านผลกระทบต่อตลาดต่างประเทศ สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับลดลงลงหนักในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงประมาณ 2-4%  MSCI World Index และ S&P500 ปรับลดลง 2.2% และ 2.3%ตามลำดับ หุ้นกลุ่ม Reopening theme อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว การเงิน พลังงาน ปรับลดลงแรง  ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลงประมาณ 10bps ในเกือบทุกช่วงอายุ เช่นเดียวกับราคาน้ำมันและ Crypto Currencies ที่ปรับลงแรงเช่นกัน
 

ด้านเศรษฐกิจนั้น เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงฟื้นตัวและนโยบายการเงินเริ่มคลายความผ่อนคลายลง เรามีมุมมองว่าผลตอบแทนจากการลงทุนมีแนวโน้มต่ำกว่าช่วงก่อนหน้าในขณะที่ความผันผวนมีสูงขึ้น  ดังนั้น การลงทุนต่างประเทศ จึงเน้นลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงให้สมดุลย์ระหว่างกลุ่ม growth และ cyclical รวมถึงควรกระจายความเสี่ยงไปยังหลายสินทรัพย์ โดยแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มสุขภาพทั่วโลก 

 

บลจ.ยูโอบีมีมุมมองว่า จะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว ผ่านกองทุน UOBSHC UOBSHC-SSF UHCRMF 
#3144

 วันนี้มีฟุต.ให้ตามเชียร์กันต่อเนื่อง สด.ไทย ผ่าน AIS PLAY ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษมีฟาดแข้งเต็มอิ่ม ห้ามพลาด เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล, วิลล่า พบ แมน ซิตี้ ขณะที่ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี , ลาลีกา สเปน และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส มีฟาดแข้งเช่นกัน เรามีโปรแกรมฟุต.วันนี้ พร้อมช่องถ่ายทอดสดฟุต.มาฝากแฟน.ที่ต้องการดู.สดและดู.ออนไลน์
    โปรแกรม ไทยลีก 2

    18:00 น. เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด พบ เชียงใหม่ เอฟซี >>> AIS Play

    โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    02:30 น. เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์ ซิตี้ >>> TPF HD 5 (605)
    02:30 น. วัตฟอร์ด พบ เชลซี >>> TPF HD 3 (603) 
    02:30 น. เวสต์แฮม พบ ไบรท์ตัน >>> TPF HD 4 (604)
    02:30 น. วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เบิร์นลี่ย์ >>> ทรูสปอร์ต เอชดี 2
    03:15 น. เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล >>> TPF HD 2 (602)
    03:15 น. แอสตัน วิลล่า พบ แมนฯ ซิตี้ >>> TPF HD 1 (600)

    โปรแกรมลาลีกา สเปน

ADVERTISEMENT


    03:00 น. เรอัล มาดริด พบ แอธเลติก บิลเบา >>> ทรูสปอร์ต 7

    โปรแกรมกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 

    00:30 น. โบโลญญ่า พบ โรม่า >>> beIN Sports1
    00:30 น. อินเตอร์ มิลาน พบ สเปเซีย >>> beIN Sports2
    02:45 น. ซาสซูโอโล่ พบ นาโปลี >>> beIN Sports2
    02:45 น. เจนัว พบ เอซี มิลาน >>> beIN Sports1

    โปรแกรมลีก เอิง ฝรั่งเศส

ADVERTISEMENT


    01:00 น. แบรสต์ พบ แซงต์ เอเตียน
    01:00 น. อองเช่ร์ พบ โมนาโก >>> beIN Sports Xtra
    01:00 น. แอฟเซ เม็ตซ์ พบ มงต์เปลลิเย่ร์
    01:00 น. สตราส์บูร์ก พบ บอร์กโดซ์
    01:00 น. ทรัวส์ พบ ลอริยองต์
    03:00 น. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พบ นีซ >>> beIN Sports Xtra
    03:00 น. แรนส์ พบ ลีลล์ >>> beIN Sports Xtra
    03:00 น. น็องต์ พบ โอลิมปิก มาร์กเซย >>> beIN Sports Xtra
    03:00 น. แกลร์กมงต์ ฟุต พบ ล็องส์ >>> beIN Sports Xtra
    03:00 น. โอลิมปิก ลียง พบ แร็งส์ >>> beIN Sports Xtra

    โปรแกรมสกอตติช พรีเมียร์ลีก

    02:45 น. เซนต์ เมียร์เรน พบ รอสส์ เคาน์ตี้
    02:45 น. อเบอร์ดีน พบ ลิฟวิงสตัน
    02:45 น. ดันดี เอฟซี พบ เซนต์ จอห์นสโตน
    02:45 น. ฮิเบอร์เนี่ยน พบ เรนเจอร์ส >>> beIN Sports Xtra
#3145
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันเตรียมนำทัพ ลิเวอร์พูล บุกเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่สนามกูดิสัน พาร์ค เพื่อทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ในวันพุธที่ 1 ธันวาคมนี้
     สำหรับสนามแห่งนี้มีความทรงจำที่ไม่ค่อยน่าประทับใจสำหรับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เพราะเขาต้องพักยาวทั้งซีซั่นที่ผ่านมา หลังได้รับบาดเจ็บหนักจากการเขาปะทะกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด นายด่านเจ้าบ้าน

     ขณะที่ ราฟาเอล เบนิเตซ ดูเหมือนว่าแมตช์นี้อาจจะเป็นเกมชี้ชะตากรรมการนั่งเก้าอี้นายใหญ่ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาชนะไม่เป็นมา 6 แมตช์ติดต่อกัน และถ้าแพ้ "หงส์แดง" อาจจะได้รับซองขาวเลยทีเดียว 

 

1. ฟาน ไดค์ ตั้งเป้าลบฝันร้ายที่กูดิสัน พาร์ค

 

ADVERTISEMENT


ฟาน ไดค์ ขอเอาคืน,ชี้ชะตาราฟา!  5 ข้อก่อนเกม ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน

     สำหรับเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ที่สนามกูดิสัน พาร์ค คงไม่มีใครมีความทรงจำฝังใจมากไปกว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เพราะเขาต้องปิดเทอมยาวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา หลังได้รับบาดเจ็บหนัก

     ปราการหลังชาวดัตช์ โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด  นายทวาร "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เข้าเสียบหนักจนได้รับบาดเจ็บหัวเข่า และส่งผลให้ไม่สามารถช่วย "หงส์แดง" ได้ตลอดทั้งซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟอร์มของ ลิเวอร์พูล เป๋ และหลุดวงโครจรการลุ้นแชมป์

ADVERTISEMENT


     การหวนกลับมายังสู่สนามแห่งนี้อีกครั้ง แน่นอนว่า ฟาน ไดค์ คงยากลบความทรงจำที่เลวร้าย และต้องการเอาคืน พิคฟอร์ด ที่ทำให้เขาต้องใช้เวลาอยู่ที่โรงหมอมากกว่าสนามซ้อมเกือบปี 

     งานนี้เชื่อว่า ฟาน ไดค์ คงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยทีมเก็บชัยชนะให้ได้ และถ้าหากจะให้สะใจสุดๆ ก็ต้องทำประตูให้ทีมด้วย ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวก็กำลังมั่นใจมากยิ่งขึ้น หลังเกมล่าสุดก็ซัดประตูแรกนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา

 

2. ระวังเพิ่มลิสต์รายชื่อนักเตะเดี้ยง

 

ฟาน ไดค์ ขอเอาคืน,ชี้ชะตาราฟา!  5 ข้อก่อนเกม ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน

     ช่วงนี้ "หงส์แดง" ต้องพยายามประคับประคองตัวผู้เล่นที่มีอยู่ให้ฟิตสมบูรณ์ เพราะทีมกำลังอยู่ในช่วงโปรแกรมดุเดือนธันวาคม เนื่องจากมีแมตช์ให้ต้องลงแข่งขันแบบถี่ยิบแทบไม่ได้หายใจ

     ปัจจุบันทีมต้องขาด นาบี เกอิต้า, โจ โกเมซ, เคอร์ติส โจนส์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ฉะนั้น คล็อปป์ คาดหวังว่าขุมกำลังที่เหลืออยู่จะยังฟิตสมบูรณ์พร้อมลงช่วยทีมในเดือนส่งท้ายปี 2021

     กระนั้นสิ่งหนึ่งที่ คล็อปป์ กังวลใจมากๆ ก็คือเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ มักจะเน้นการเข้า.กันหนักโดยไม่จำเป็น และแน่นอนว่าสิ่งนี้จะส่งผลเสียกับลูกทีมของเขาอย่างมาก

     งานนี้บอกเลยว่าทั้งสองทีมคงตั้งใจใส่กันแบบไม่ยั้ง แต่ดูเหมือนนักเตะเจ้าบ้านอาจจะมุ่งมั่นเป็นพิเศษ เพราะสถานการณ์ของทีมในเวลานี้ไม่ค่อยดีนัก และถ้าเอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้น่าจะทำให้พวกเขามีขวัญกำลังใจมากยิ่งขึ้น 

 

3. อนาคต เบนิเตซ ขึ้นอยู่กับศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ 

 

ฟาน ไดค์ ขอเอาคืน,ชี้ชะตาราฟา!  5 ข้อก่อนเกม ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน

     นับตั้งแต่ที่ ราฟาเอล เบนิเตซ นำ เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านชนะ นอริช ซิตี้ ตราบด้วยการสร้างผลงานดีมีคุณภาพด้วยการบุกเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากนั้นทีมสะกดคำว่าชนะไม่เป็นอีกเลย

     การแพ้ 5 แมตช์ และเสมอแค่เกมเดียว ทำให้ตอนนี้ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" ที่เคยหอมหวานกลายสภาพเป็นทอฟฟี่บูดเพราะอันดับของพวกเขาร่วงกราวรูดไปอยู่ที่ 14 มีแค่ 15 คะแนนเท่านั้น

     ประเด็นสำคัญก็คือในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ หาก ราฟา ยังไม่สามารถสร้างผลงานกระเตื้องได้อีกละก่อน คาดว่าอนาคตของเขาจะต้องกลับไปว่างงานอีกครั้งแหงๆ

     ลองนึกสภาพหลังจากเกมปะทะคู่อริร่วมเมืองแล้ว พวกเขายังมีโปรแกรมโหดอย่างเช่นการรับมือ อาร์เซน่อล, เยือน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี และปะทะ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ คิดดูก็แล้วกันว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรจะเกิดขึ้น

     งานนี้เชื่อว่าสาวก "เอฟเวอร์โตเนี่ยน" คงไม่อยากเห็นทีมรักต้องพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ที่สำคัญหากพวกเขาเก็บสามแต้มในแมตช์นี้ได้ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการฟื้นคืนชีพเช่นกัน

 

4. แนวรุกเฮฟวี่เมทัลดวลเกมรับสุดยุ่ย

 

ฟาน ไดค์ ขอเอาคืน,ชี้ชะตาราฟา!  5 ข้อก่อนเกม ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน

     สำหรับตอนนี้จุดเด่นของลิเวอร์พูลก็คือเรื่องความสมดุลของเกมรุก และเกมรับ แต่ที่โดดเด่นก็คือแนวรุกของพวกเขาที่อันตรายสุดๆ และยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงที่ผ่านมา 

     โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตะบันไปแล้ว 11 ประตูจาก 13 เกมลีก แถมรวมเบ็ดเสร็จจัดการไป 17 ลูกจาก 18 แมตช์ในทุกรายการ ขณะที่ ดีโอโก้ โชต้า กับ ซาดิโอมาเน่ ก็ไม่ธรรมดาเฉพาะเกมลีกก็ตะบันไปแล้ว 7 ประตู

     ในส่วนของเกมแดนกลางพวกเขายังคงใช้ 3 มิดฟิลด์ทีเด็ดอย่าง ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า โดยทั้งสามคนกำลังเล่นได้อย่างเข้าขา และนี่คงเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ทำให้ "หงส์แดง" ครองความได้เปรียบในแมตช์นี้

     ขณะที่เกมรับของ เอฟเวอร์ตัน ต้องบอกเลยว่ายุ่ยสุดๆ โดย 6 เกมลีกที่ผ่านมาพวกเขาเสียไปถึง 12 ประตู และยิงได้แค่ 3 ลูกเท่านั้น แถมเก็บคลีนชีตได้แค่เกมเดียวเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าบ้านคงต้องวางแผนอย่างรัดกุมถ้าหากต้องการแบ่งแต้มจาก ลิเวอร์พูล แต่ถ้าเล่นกันหละหลวมมีสิทธิ์จะแพ้ยับได้เลยทีเดียว

 

5.  สามคะแนนที่สำคัญมากๆ

 

ฟาน ไดค์ ขอเอาคืน,ชี้ชะตาราฟา!  5 ข้อก่อนเกม ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน

     ในช่วงที่โปรแกรมเตะกันถี่ยิบตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ลิเวอร์พูล ห้ามสะดุดขาตัวเองทำแต้มหลุดมือ เหมือนในเกมที่เสมอ เบรนท์ฟอร์ด และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

     การที่พวกเขาสามารถไล่บี้ เชลซี จ่าฝูงเหลือเพียง 2 คะแนน นั่นเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมที่ "หงส์แดง" จะต้องพยายามเร่งเครื่อง และห้ามทำพลาดในการพบกับทีมระดับกลาง และล่างในลีกเด็ดขาด

     จะว่าไปแล้วโปรแกรมในเกมลีกของ ลิเวอร์พูล ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2021 ถือว่าไม่ค่อยหนักมากนักเพราะพวกเขาจะต้องพบกับ วูล์ฟส์, แอสตัน วิลล่า, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ซิตี้ 

     ฉะนั้นการคว้าชัยชนะในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ น่าจะเป็นจุดสำคัญในการสร้างความฮึกเหิมให้กับลูกทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ เพราะหาก เชลซี กับ แมนฯ ซิตี้ เกิดสะดุดขึ้นมา "เดอะ เร้ดส์" ก็พร้อมแซงขึ้นไปทันที

 
#3146

งบการเงิน คือรายงานทางการเงินและบัญชี ที่แสดงให้เห็นสถานะการดำเนินงานของกิจการ ซึ่งประกอบด้วยงบแสดงฐานะทางการเงิน (งบดุล) งบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสด และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น   งบแสดงฐานะการเงิน จะทำให้เห็นว่าภาพรวมของกิจการ มีฐานะการเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของทุนรวมถึงให้ข้อมูลถึงประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์

สำนักงานบัญชี
ปิดงบการเงิน
ภาษีบริษัท
เอกสารบัญชี
จดบริษัท
งบการเงิน
 
#3147
ราคาเปิดโปรใหม่ รับแค่ 100 ท่านเท่านั้น
- 25 ห่อ 400 บาท (แถมฟรี 1 ห่อ) ส่งฟรี
- 50 ห่อ 750 บาท (แถมฟรี 2 ห่อ) ส่งฟรี
- 100 ห่อ 1450 บาท (แถมฟรี 4 ห่อ) ส่งฟรี
-ขนาด 40 กรัม-รสดั้งเดิม
-ผลิตจากโรงงานเดียวกันกับหมูแผ่นยิ้มยิ้ม
-ผลิตสดใหม่ทุกออเดอร์จ้า
ราคาห่อละ 25 บาท

***รับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
***
***รับผลิตในแบลนด์คุณ*** 

การทำแบลนด์สายงานคุณหยง
Tel: คุณป่าน  0891233369
Line id: parntchn 
https://www.facebook.com/ploythipcpp
หมูแผ่น,หมูแผ่นกรอบ,หมูแผ่นทอด,ขายส่งขนม,หมูแผ่นนครปฐม 





#3148
เติมคอยส์ COINS เติมเงิน Kitty Live, Mico เติมเพชร Kitty Live, Mico

"ได้เยอะกว่าเติมผ่านแอป"
พร้อมรับสมัครวีเจ มีเงินเดือน+ค่าของขวัญ 





111Topup เปิดบริการ เติมคอยส์ เติม COINS เติมเพชร เติมรูบี้ วิธีการเติมเงิน เติมคอยส์ MICO, KittyLive เติม COINS เติมเพชรง่ายนิดเดียว เพียงแค่โอนเงินผ่านเลชบัญชีธนาคารของเรา แจ้งโอน พร้อมบอกเลขไอดี รอรับคอยส์ไม่เกิน 30 วินาที การันตีได้คอยส์ชัวร์ แถมเยอะกว่าเติมผ่านในแอป ไม่โกง ไม่หลอก แน่นอน โดยมีการเติมเงินแบบ 2 ช่องทางหลักคือ

1. เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เติมผ่านระบบธนาคาร ATM,ฝากเงินผ่านตู้, Mobile Banking ,ผ่านเว็บไซด์ธนาคาร


2. เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เติมเงินผ่านบัตรเติมเงิน ทรูมันนี่ 


111Topup รีบแอดไลน์เพื่อรับโปรโมชั่น แถมคอยส์เพิ่มขึ้น
เติมคอยส์ MICO, KittyLive




Add Line : @111Topup


วิธีการเติมเงิน Kitty Live, Mico คอยส์ COINS เพชร


1.     แอดไลน์ @111Topup (มี @ ด้วยนะคะ) เติมคอยส์ MICO, KittyLive 


2.     โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ตามที่ระบุไว้ หรือ ถ้าเติมผ่านบัตรทรูมันนี่ ให้ส่งหลักฐานบัตรมาที่ไลน์แอด @111Topup


3.     แจ้งเลขไอดี แอฟ Kitty Live, Mico ในไลน์


4.     เมื่อทีมงานรับเรื่องแล้วไม่เกิน 30 วินาทีคุณจะได้รับคอยส์ (COINS) ใน แอฟ Kitty Live, Mico


5.     เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เปิดบริการเติมเงินทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 02.00 น. (8โมงเช้า-ตี2 ทุกวัน)


 


 


รับสมัครวีเจ ไลฟ์ มีเงินเดือน + ค่าของขวัญ เงินเดือนขั้นต่ำ 6000 บาท 


 


สมัครวีเจ เข้า สังกัด 111 ทำงาน ขั้นต่ำ 20 วัน 30 ชั่วโมงต่อเดือน ทำงานที่บ้านไลฟ์ ออนไลน์ผ่านมือถือ 


มีการันตีเงินเดือน 6000-10000 บาท สำหรับวีเจใหม่ มีเทรนด์งานก่อนขึ้น ไลฟ์ดี ตั้งใจไลฟ์ สังกัดพร้อมซัพพอร์ต ในการหายูสให้แน่นอน รายได้หลักหมื่น - ถึงแสน บาทต่อเดือน


** วีเจที่เคยไลฟ์ BIGO VIBIE YAYA MCAT MLIVE มีการันตีพิเศษ คลิ๊กเลย


สนใจสมัครวีเจ คลิ๊กเลย  https://lin.ee/0apXPWf


 
#3149

โคราช วุ่นอีก พบผู้ป่วยเร่ขายนมเปรี้ยว ตามร้านอาหาร-ทางแยก ติดโควิด 8 ราย เชื้อลามถึงครอบครัวป่วยอีก รวมสะสม 12 ราย เร่งสอบสวนโรค

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 พ.ย.2564 นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา ว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 110 ราย เป็นผู้ป่วยนอกพื้นที่ 1 ราย และผู้ป่วยในพื้นที่ 109 ราย รวมป่วยสะสม 32,648 ราย รักษาหาย 30,975 ราย ยังรักษาอยู่ 1,421 ราย เสียชีวิตสะสม 252 ราย ส่วนสถานการณ์ผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครราชสีมา ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย รักษาหาย 1,822 ราย ป่วยสะสม 1,945 ราย และทัณฑสถานหญิง อ.สีคิ้ว ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ รักษาหาย 484 ป่วยสะสม 506 ราย


งนี้ ได้เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์ ต.หนองจะบก อ.เมืองนครราชสีมา โดยไทม์ไลน์พบผู้ป่วยรายแรกเป็นชายอายุ 39 ปี เป็นลูกจ้างของบริษัทแห่งหนึ่ง ประกอบกิจการขายส่งและปลีกนมเปรี้ยว นมพร่องมันเนย นมรสผลไม้ โยเกิร์ต นมแปรรูปยี่ห้อดัง ตั้งอยู่ละแวกห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสามแยกปักธงชัย เจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หนองปรู ต.หนองจะบก และสำนักการสาธารณสุข เทศบาลนครนครราชสีมา ลงพื้นที่สอบสวนโรคพบข้อมูลย้อนแย้งกันเอง



โดยผู้ป่วยยืนยันได้ทำงานตามปกติ แต่บริษัทระบุไม่ได้มาทำงานตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 17 พ.ย. บริษัทได้แจ้งตรวจหาเชื้อลูกจ้างจำนวน 16 คน พบติดเชื้อ 7 ราย จากนั้นได้นำบุคคลในครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ร่วมกันที่บ้านเช่าในบ้านหนองกระทุ่ม ม.5 ต.หนองจะบก จำนวน 8 ราย ตรวจหาเชื้อพบผู้ติดเชื้อ 4 ราย


ประกอบด้วย พ่ออายุ 67 ปี แม่อายุ 65 ปี น้องสาวอายุ 35 ปี และหลานชายอายุ 12 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่กับครอบครัวเขต ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง ป่วยสะสม 12 ราย สิ่งที่น่ากังวลแม้บริษัทได้ปิดกิจการชั่วคราว แต่มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสทุกวันจะมีลูกจ้างมารับผลิตภัณฑ์นมไปเร่ขายร้านอาหารและบริเวณทางแยกในเขตตัวเมือง



ทีมสอบสวนโรคจึงได้ตรวจสอบแต่บริษัทอ้างเป็นลูกจ้างจากพื้นที่อื่นมาช่วยเร่ขายชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินตามมาตรการสาธารณสุขและค้นหากลุ่มเสี่ยงที่เป็นลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์นมที่อาจสัมผัสเชื้อกับผู้ป่วย
#3150

พอล เฮิร์สต์ นักข่าวของ เดอะ ไทม์ส สื่อของอังกฤษ ระบุ ราล์ฟ รังนิค อาจจะไม่ได้คุม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงดวลกับ อาร์เซน่อล ในวันที่ 2 ธ.ค. นี้ หลังจากติดปัญหาด้านวีซ่า ขณะที่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อก้องถึงขั้นบอกว่า รังนิค ยินดีที่จะรับตำแหน่งกุนซือแบบถาวรกับ "ปีศาจแดง" ไปเลย หากสโมสรอยากให้ตนได้รับงานดังกล่าว
   ราล์ฟ รังนิค อาจจะไม่สามารถทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเจอกับ อาร์เซน่อล วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคมนี้ได้ จากการที่ยังมีปัญหาเรื่องวีซ่า ตามการเปิดเผยของ พอล เฮิร์สต์ นักข่าวของ เดอะ ไทม์ส สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

   แมนฯ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงกับ รังนิค เพื่อให้เขามาคุมทีมแบบขัดตาทัพจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ได้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับจะให้เขารับตำแหน่งที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาโครงสร้างของทีมในอีก 2 ฤดูกาลหลังจากนี้ด้วย โดยเชื่อกันว่าตอนนี้เหลือเพียงการเคลียร์เอกสารเล็กๆ น้อยๆ ในบางประเด็นเท่านั้น

   เดิมทีคาดกันว่า รังนิค จะสามารถประเดิมการคุมทีมได้ในเกมกับ อาร์เซน่อล ในวันที่ 2 ธ.ค. นี้ ซึ่งจะทำให้เขาได้เปิดตัวต่อหน้าแฟน. แมนฯ ยูไนเต็ด ในสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วย อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เฮิร์สต์ บอกว่าจนถึงตอนนี้มันยังเคลียร์ปัญหาเรื่องวีซ่าไม่ได้จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องใช้งาน ไมเคิ่ล คาร์ริค ในการดวลกับ "ไอ้ปืนใหญ่" ไปก่อน โดยเชื่อกันว่ามีโอกาสสูงที่ รังนิค ต้องรอจนถึงช่วงกลางสัปดาห์หน้ากว่าที่จะได้ใบอนุญาตการทำงานอย่างเป็นทางการ

   ขณะที่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวคนดังบอกเหมือนกันว่าตอนนี้่ทีมงานของ รังนิค กำลังจัดการเรื่องใบอนุญาตการทำงานกันอยู่ โดยอดีตนายใหญ่ ชาลเก้ 04 มีแผนจะเดินทางถึงอังกฤษภายในสัปดาห์หน้า แต่รายของ โรมาโน่ บอกด้วยว่า รังนิค สนใจที่จะรับงาน แมนฯ ยูไนเต็ด แบบถาวรไปเลยเช่นกัน หากสโมสรตัดสินใจที่จะมอบตำแหน่งนั้นให้เขา
#3151

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดวันพุธ(24พ.ย.) ปรับตัวลง 0.03% หลังบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ซึ่งรวมถึงนอร์ดสตรอม และแก๊ป อิงค์ เปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มกลุ่มอสังหาฯ และกลุ่มเทคโนโลยี

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 9.42 จุด หรือ - 0.03% ปิดที่ 35,804.38 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 10.76 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 4,710.46 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 70.09 จุด หรือ 0.44% ปิดที่ 15,845.23 จุด

 

นักวิเคราะห์จากบริษัท AXS Investments ในรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งความวิตกเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดรอบใหม่ในยุโรป และกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่เฟดเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งล่าสุด

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนพ.ย.เมื่อคืนนี้ โดยระบุว่า เฟดมีความพร้อมที่จะเร่งเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

 



หุ้นนอร์ดสตรอม ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 29.03% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3 ที่ระดับ 39 เซนต์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 56 เซนต์ นอกจากนี้ นอร์ดสตรอมระบุว่าบริษัทกำลังเผชิญปัญหาห่วงโซ่อุปทานในช่วงก่อนเทศกาลชอปปิงในวันหยุด รวมถึงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

 

หุ้นแก๊ป อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกเครื่องแต่งกายรายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 24.05% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3 ที่ระดับ 27 เซนต์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 50 เซนต์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ระดับ 3.94 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 4.44 พันล้านดอลลาร์

 

สวนทางกับหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยหุ้นโจนส์ แลง ลาซาลล์ พุ่งขึ้น 1.64% หุ้นซีบีอาร์อี กรุ๊ป เพิ่มขึ้น 0.39% หุ้นซีทีโอ เรียลตี้ โกร้ธ บวก 0.11%


ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีนั้น หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 2.92% หุ้นเมตา แพลทฟอร์มส์ (เฟซบุ๊ก) ดีดขึ้น 1.13% หุ้นอินเทล เพิ่มขึ้น 1.34% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ปรับตัวขึ้น 0.94%  หุ้นเอชพี อิงค์ พุ่งขึ้น 10.10% และหุ้นเดล เทคโนโลยีส์ พุ่งขึ้น 4.81% หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดในไตรมาส 3 ขานรับความต้องการคอมพิวเตอร์พีซีที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
          

หุ้นเทสลา ดีดตัวขึ้น 0.63% แม้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ระบุว่า นายอีลอน มัสก์ ได้เทขายหุ้นเทสลาอีก 934,000 หุ้นในวันอังคาร (23 พ.ย.) คิดเป็นมูลค่าราว 1.05 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดรวมการขายหุ้นในเดือนนี้ของนายมัสก์อยู่ที่ระดับ 9.85 พันล้านดอลลาร์

 

ทั้งนี้ทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2564 ที่ขยายตัว 2.1% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่ระดับ 2.0%

 

ขณะที่ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 71,000 ราย สู่ระดับ 199,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2512 ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 5.0% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2533

 

อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 0.5% ในเดือนต.ค. หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนก.ย.
                    

อนึ่งตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ (25 พ.ย.) เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) และจะเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันศุกร์ที่ 26 พ.ย.
#3152
"ยิ่งใช้ยิ่งได้" เหลืออีก 5 แสนสิทธิ ยังลงทะเบียนใช้จ่ายเพื่อรับ e-Voucher ได้ถึง 30 พ.ย.นี้ ขณะที่ล่าสุดมีผู้ใช้สิทธิแล้วกว่า 9.1 หมื่นราย จากผู้ลงทะเบียน 4.9 แสนราย มียอดใช้จ่ายสะสมรวมกว่า 3.4 พันล้านบาท

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการ "คนละครึ่ง" และ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" จากข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 โดยพบว่าในส่วนของโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ยังสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ได้จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งปัจจุบันยังมีสิทธิเหลือกว่า 5 แสนสิทธิ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายเพื่อรับ e-Voucher ได้ถึง 30 พฤศจิกายน 2564 และใช้จ่ายในส่วน e-Voucher ได้ถึง 31 ธันวาคม 2564 

 

พรชัย ฐีระเวช  ผอ.สศค. ในฐานะโฆษก ก.คลัง
พรชัย ฐีระเวช ผอ.สศค. ในฐานะโฆษก ก.คลัง



ขณะที่การใช้จ่ายใน โครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 91,080 คน จากผู้ได้รับสิทธิจำนวนกว่า 4.9 แสนราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมส่วนประชาชนรวม 3,491 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,871 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 328 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายสะสมส่วน e-Voucher 186 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 169 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 187 ล้านบาท ร้าน OTOP 390 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 2,801 ล้านบาท และร้านบริการ 130 ล้านบาท 


ส่วนโครงการ "คนละครึ่ง ระยะที่ 3" มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 26.15 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิจำนวน 27.98 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 172,820 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 87,808 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 85,012 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม 67,773.2 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 28,211.8 ล้านบาท ร้าน OTOP 8,368 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 65,345.9 ล้านบาท ร้านบริการ 2,949.8 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 171.3 ล้านบาท 

 

สำหรับข้อมูลการใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.00 น. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 2,308.4 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 1,191.1 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 1,117.3 ล้านบาท สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสมกว่า 1.7 ล้านบาท และในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ที่ขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุดขณะนี้ มีจำนวนกว่า 77,000 ราย โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายใน 2 โครงการดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564
#3153
เพื่อสุขภาพคุณชาย ทานแล้วแฟนชอบ มั่นใจได้ ยอดขายดีอันดับ1
#3154
จัดจำหน่ายพร้อมติดตั้งไม้แขนกั้นรถยนต์ ระบบลานจอดรถ และอุปกรณ์แบบครบวงจร
บริษัท ครีเอทีฟ อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำด้านไม้กั้นรถยนต์ และระบบลานจอดรถ ขอนำเสนอทางเลือกให้ท่านสามารถบริหารจัดการระบบลานจอดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์ระบบไม้แขนกั้นรถยนต์อัตโนมัติ ระบบนับรถยนต์เข้า-ออก เครื่องอ่านบัตรจอดรถ โปรแกรมบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ รวมไปถึงอะไหล่และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ใช้ในงานจอดรถ งานจัดการจราจร แบบครบวงจร สินค้าทุกชิ้นจากเราผลิตขึ้นโดยมุ่งเน้นคุณภาพเป็นสำคัญ ติดตั้งง่าย คงทน ราคาประหยัด สามารถช่วยบริหารจัดการลานจอดรถได้อย่างเห็นผล นอกจากนี้เรายังมีทีมงานมืออาชีพที่จะให้คำแนะนำพร้อมบริการท่านอย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าชั้นนำมากมายต่างให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการจากเรา

ระบบไม้แขนกั้นรถยนต์ ไม้กระดกไฟฟ้า และอุปกรณ์
ไม้กั้นรถยนต์ ไม้แขนกั้นรถ ไม้กระดก ใช้สำหรับกั้นรถยนต์เข้า-ออก ลานจอดรถ ช่วยจัดระเบียบการใช้พื้นที่จอดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความปลอดภัย เหมาะกับติดตั้งในลานจอดรถทุกลักษณะไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน คอนโดมีเนียม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน เป็นต้น สินค้าทุกชิ้นผลิตขึ้นจากวัสดุชั้นดี สามารถใช้งานได้อย่างคงทน ทำงานได้ทุกสภาพแวดล้อม อายุการใช้งานที่ยืนยาว ติดตั้งไม่ยาก ราคาจับต้องได้ไม่แพงจนเกินไป ทั้งนี้เรามีไม้แขนกั้นรถ หลายรุ่นเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ใช้งาน ทั้ง ไม้กั้นรถที่มาพร้อมกับเครื่องทาบบัตร แขนกั้นชนแล้วหลุด ไม้แขนกั้นรถระบบอัตโนมัติ แขนกั้นรถไฟฟ้า ซึ่งหากคุณลูกค้ากำลังมองหาไม้กั้นรถยนต์ ที่ดีมีคุณภาพแล้ว สินค้าของเราคือคำตอบที่ตรงใจท่านมากที่สุด

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.ไม้แขนกั้นรถ.com
อีเมล : piyawan@creative-it.co.th , choodej@cit.in.th
โทรศัพท์ : 024029898
#ไม้แขนกั้นรถ #ไม้กั้นรถยนต์ 











#3155
"อาคม" ส่งสัญาณลดใส่เงินเข้า "เป๋าตัง" หลังสถานการณ์ในประเทศเริ่มดีขึ้น ชี้นโยบายหลังจากนี้จะมุ่งเน้นการสร้างงาน หวังให้มีรายได้เป็นของตนเอง "ไม่ทิ้ง" กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เตรียมเปิดลงทะเบียนใหม่ต้นปี 65

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานเสวนาพิเศษหัวข้อ "การเงิน-การคลัง" กู้วิกฤตเศรษฐกิจไทย ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลใช้นโยบายการคลังในการดูแลเยียวยาและพยุงเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านมาตรการ อาทิ คนละครึ่ง ยิ่งใช้ยิ่งได้ ช็อปดีมีคืน และช็อปช่วยชาติ เป็นต้น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภค ในภาวะที่คนประสบปัญหาเรื่องรายได้ หรือ ตกงาน

 

แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น หลังจากนี้มาตรการของรัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อให้ทุกคนมีรายได้เป็นของตัวเอง และลดการใส่เงินเข้าไปที่เป๋าตังโดยตรง อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ตกงาน รัฐบาลยังคงให้การช่วยเหลือและเยียวยา ผ่านมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ในต้นปี 2565   



"รัฐบาลมีการใช้นโยบายการคลัง ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่รุนแรงขึ้น ทำให้จำเป็นต้องขยายกรอบวินัยการเงินการคลัง ในส่วนของการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 70% ต่อจีดีพี เพื่อเปิดช่องในการดำเนินนโยบายการคลัง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องก่อหนี้จนเต็มเพดานตามที่ขยายไว้" นายอาคม กล่าว

 

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


อย่างไรก็ตามการเติบโตเศรษฐกิจในอนาคตในแง่โครงสร้าง จะต้องมีการกระจายอย่างทั่วถึงในระดับประชาชน เพราะจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนออกจากงานค่อนข้างเยอะ มีบางส่วนอยากเปลี่ยนอาชีพ สะท้อนจากการเปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาผู้ประกันตนในมาตรา 39 และ มาตรา 40 มีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น รัฐบาลจะมุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพอิสระต่าง ๆ หรือเศรษฐกิจระดับตัวบุคคล ให้มากขึ้น
#3156
ตลาดจับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้" หลังธปท.กำหนดเพดานดอกเบี้ย 8% นาโนรับอานิสงค์ กรุงศรีโหมแคมเปญ "โฮม ฟอร์ แคช"ดอกเบี้ย MRR+2.9% ถึงMRR+1.75% คาดลูกหนี้มีรูม "รวมหนี้"ราว 1ล้านราย

จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%
จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%

ธปท.กำหนดเพดานดอกเบี้ยหนุนมาตรการ " รีไฟแนนซ์  รวมหนี้ข้ามแบงก์" ดอกเบี้ยไม่เกิน 8% ตลาดจับตานอนแบงก์พลิกเกมสู้รักษาฐานลูกค้า   ถ้าสินเชื่อส่วนบุคคลย้ายรวมสินเชื่อบ้าน   คาดคนกู้ซื้อบ้านราว 1ล้านรายเหลือรูมส่วนต่างกู้เพิ่มจากยอดคงค้างสินเชื่อบ้าน 4ล้านล้านบาทผู้กู้ 2ล้านราย

 

          ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ออกมาตรการแก้หนี้ระยะยาวด้วยการรีไฟแนนซ์( refinance)และรวมหนี้(debt Consolidation) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16พ.ย.2564ถึงธ.ค.2566นั้น

          แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน กล่าวถึง มาตรการรีไฟแนนซ์ และมาตรการรวมหนี้ของธปท. โดยระบุว่า  นอกจากกำหนดการรีไฟแนนซ์สินเชื่อพีโลนดอกเบี้ยลดลง 2-3% อาจถึง 10%บางกรณี  และการรวมหนี้ช่วยดอกเบี้ยลดลงถึง 15% แล้ว   ขณะเดียวกันทางธปท.ได้กำหนดเพดานดอกเบี้ย สำหรับหนี้ที่จะนำมารวมหนี้  โดยที่สถาบันการเงินผู้รับโอนหนี้ไม่สามารถจะเรียกเก็บดอกเบี้ยส่วนเกินจากที่ธปท.กำหนด เช่น สินเชื่อนาโน ดอกเบี้ยอยู่ที่ 33% สินเชื่อพีโลน 25% สินเชื่อจำนำทะเบียน 24% สินเชื่อบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด 16% เมื่อรวมหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับสินเชื่อดังกล่าวแล้ว ธปท.กำหนดดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ใช้ส่งเสริมการขายบวก 2% เช่น ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยMRRอยู่ที่อัตรา 6% ธนาคารสามารถบวกดอกเบี้ยได้เพียง 2% หรือรวมเป็นอัตรา 8%เท่านั้น 

จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%
จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%

"ถ้ารวมหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลทุกประเภทแล้ว ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกินจาก 8%ต่อปีเท่านั้น  ดังนั้นประโยชน์จะตกอยู่กับลูกหนี้นอนแบงก์ที่ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล แต่หากลูกค้าย้ายไปรวมหนี้ย่อมกระทบนอนแบงก์ในการรักษาฐานลูกค้า"

 

จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%
จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%



นายณัฐพล  ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันยอดสินเชื่อคงค้างสินเชื่อที่อยู่อาศัย 4ล้านล้านบาทมีผู้กู้ประมาณ 2ล้านราย ซึ่งผู้ที่จะเข้ามาตรการรวมหนี้นั้นจะต้องผ่อนชำระค่าเงินมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยหนี้เงินต้นคงเหลือจำนวนหนึ่ง 

สมมติผู้กู้วงเงิน 1ล้านบาททยอยผ่อนชำระเงินต้นมาแล้ว 5แสนบาท หากมีเงินต้นคงเหลือที่ 5แสนบาทธนาคารจะปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 80%ของมูลค่าหลักประกันเดิมหรืออัตราส่วนสินเชื่อไม่เกิน 80%ของLTVเดิม ซึ่งผู้กู้จะเหลือวงเงินกู้เพิ่มได้ 3แสนบาทเพื่อจะรวมหนี้เข้าด้วยกัน

จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%
จับตา นอนแบงก์พลิกเกมสู้ "รวมหนี้ข้ามแบงก์" ธปท.กดดอกเบี้ยนาโน 33% เหลือ 8%

ต่อข้อถามมาตรการ "รวมหนี้"จะนำไปสู่การแข่งขันในตลาดนั้น อาจมีความเป็นไปได้  ถ้าพิจารณาจากนิยามของธปท.กำหนด ธนาคาร A ที่มีสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล  ซึ่งธนาคาร A จะเป็น "ขารับ" หรือรวมหนี้/โอนหนี้จากธนาคาร B  ซึ่งมีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือหนี้บัตรเพื่อนำไปรวมกับธนาคาร A ที่มีสินเชื่อบ้าน  ขณะเดียวกันอาจจะมี ธนาคาร C ซึ่งไม่มีลูกหนี้ทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อบัตร แต่ธนาคาร C สามารถ "ตั้งโต๊ะ"โดยเปิดรับทั้งหนี้บ้านและหนี้ส่วนบุคคลมารวมกัน    

ดังนั้น ธนาคารC อาจจะทำให้เกิดการแข่งขันในระบบได้  หรือกรณีธนาคาร A โปรโมทหรือเปิดรับสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรวมกับสินเชื่อบ้านที่มีอยู่ในธนาคารแล้ว กรณีก็อาจจะก่อให้เกิดการแข่งขันในระบบได้เช่นกัน


ในส่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีบริการสินเชื่อ "โฮม ฟอร์ แคช"บ้านคือ ทางออกช่วงวิกฤต  เพื่อให้ลูกค้าที่ผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาระยะหนึ่งแล้วสามารถกู้เงินเพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน  หรือใช้อุปโภคบริโภคยากฉุกเฉินเช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเล่าเรียนและเสริมสภาพคล่องผู้มีอาชีพอิสระ   ซึ่ง "โฮม ฟอร์ แคช" เน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ พร้อมกำหนดดอกเบี้ยสูงสุดMRR+2.9%ต่อปี สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 5แสนบาท  กรณีวงเงินเกิน 5แสนบาทคิดดอกเบี้ยMRR+1.9% และวงเงิน 5ล้านบาทจะคิดดอกเบี้ยMRR+1.75%

"มาตรการรวมหนี้ของธปท.มีกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินชัดเจน จึงเป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้ ส่วนผลตอบรับคงต้องรอเวลา และขึ้นอยู่กับลูกค้าจะเปลี่ยนความเชื่อจากเดิมหรือไม่ คือ ที่ผ่านมาลูกค้าจะมีความเชื่อว่าไม่ควรทำธุรกรรมอยู่ในแบงก์เดียวกันเผื่อมีปัญหา  เพราะถ้ามีปัญหาลูกค้าเลือกไม่ผ่อนค่างวดสินเชื่อส่วนบุคคลอีกแบงก์  แต่ลูกค้าจะเลือกผ่อนชำระค่าเงินสินเชื่อบ้านกับอีกแห่ง  ดังนั้น ถ้าลูกค้าเปลี่ยนความเชื่อดังกล่าวก็จะเห็นคนใช้มาตรการรวมหนี้ "
#3157
โควิดชลบุรี วันนี้ (23 พ.ย.) ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 147 ราย ลามจากคลัสเตอร์ทหารเรือ 28 ราย ขณะที่ยอดรักษาหายสะสมของจังหวัด 103,462 ราย กำลังรักษา 2,091 ราย

23 พ.ย.64 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี (สสจ.ชลบุรี) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดประจำวัน วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 147 ราย จำนวนนี้เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบรายใหม่ 2 ราย ยอดป่วยสะสม 106,306 ราย รักษาหายเพิ่ม  246 ราย รักษาหายสะสม 103,462 ราย กำลังรักษา 2,091 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เสียชีวิตสะสม 753 ราย 

 

โควิดชลบุรี คลัสเตอร์ทหารเรือสกัดไม่อยู่พุ่ง 28 ราย ยอดสะสม 1,690 ราย
โควิดชลบุรี คลัสเตอร์ทหารเรือสกัดไม่อยู่พุ่ง 28 ราย ยอดสะสม 1,690 ราย


รายละเอียดการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่

 

1. Cluster เขตพื้นที่ทหารเรือ 28 ราย สะสม 1,690 ราย  มีการระบาดต่อเนื่อง
    1.1  ทหารเกณฑ์ 23 ราย 
    1.2  นักเรียนจ่าทหารเรือ 4 ราย 
    1.3 ข้าราชการทหารเรือ 1 ราย 

2. คนที่พักอาศัยในจังหวัดระยอง เข้ามารักษาในจังหวัดชลบุรี 9 ราย สะสม 5,000 ราย และจังหวัดอื่นๆรวมสะสม 1,812 ราย

3. Cluster บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด อ.ศรีราชา 4 ราย สะสม 37 ราย

4. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 2 ราย

5. บุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย ราย

6. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน
    6.1 ในครอบครัว 42 ราย
    6.2 จากสถานที่ทำงาน 28 ราย
    6.3 บุคคลใกล้ชิด 4 ราย
    6.4 ร่วมวงสังสรรค์ 2 ราย

7. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 4 ราย 

8. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 23 ราย


อัพเดทการฉีดวัคซีนโควิด-19

 

ณ 23 พฤศจิกายน 2564 จังหวัดชลบุรี มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,634,716 คน ซึ่งในเดือนนี้ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 1044 คน ปอดอักเสบ 11 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 2 คน  เสียชีวิต 4 คน  ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม 166,562 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 527,795 คน รวม 694,357 คน ในเดือนนี้ พบผู้ติดเชื้อที่ฉีดวัคซีนไม่ครบ 303 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนติดเชื้อ 4,473 คน ปอดอักเสบ 40 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 7 คน เสียชีวิต 30 คน

 

สำหรับวันนี้ พบผู้ป่วยผู้ป่วยปอดอักเสบรายใหม่ 2 ราย (ไม่พบประวัติรับวัคซีนทั้ง 2 ราย)และยังพบผู้เสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย (อายุ 61 ปี) มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิต คือ เป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ไม่พบประวัติการรับวัคซีน ซึ่งการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโควิด-19 ผู้ที่อาศัยในจังหวัดชลบุรี ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์  เนื่องจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน มีโอกาศที่จะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 และกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ จะมีอาการมากกว่ากลุ่มอื่น
#3158
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอ่อนค่าลงท่ามกลางแรงหนุนเงินดอลลาร์ฯ จากกระแสคาดการณ์เฟดอาจจะลดวงเงินQE เร็วขึ้น โดยปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวันทำการก่อนหน้าที่ 32.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงท่ามกลางแรงหนุนเงินดอลลาร์ฯ จากกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจจะลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ผ่านมาตรการ QE เร็วขึ้น นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยบวกจากการมีสถานะเป็นสกุลเงินปลอดภัยในยามที่ตลาดมีความวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในยุโรปด้วยเช่นกัน

 

สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยที่ 1,738.67 ล้านบาท และ 5,117 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 15 ล้านบาท



ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 โดยธปท. อยู่ที่ -0.46 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ 2.40 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)

 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้ คาดไว้ที่ 32.75-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามจะอยู่ที่ ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์โควิด-19 และการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน พ.ย. ของสหรัฐฯ อังกฤษ และสมาชิกยูโรโซนหลายประเทศ
#3159
ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการให้บริการ Privacy Coin เพื่อกำกับดูแลอย่างเหมาะสม และป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมครั้งที่ 14/2564 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 มีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักการที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการ Privacy Coin ที่มีลักษณะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการปกปิดข้อมูลการทำธุรกรรม เพื่อป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

 

ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศจำนวน 2 ฉบับ ดังกล่าวข้างต้น ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ประกอบธุรกิจและบุคคลทั่วไป โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องคัดกรองสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำมาให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งต้องไม่มีลักษณะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการปกปิดข้อมูลการทำธุรกรรม และข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการ Privacy Coin อยู่ก่อนหรือในวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับยังสามารถให้บริการลูกค้ามีอยู่แล้วนั้นต่อไปได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด



ทั้งนี้  ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดแนวทางกำกับดูแลดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=761 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: bhumipisuth@sec.or.th หรือnapaporng@sec.or.th จนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2564

 

สำหรับ Privacy Coin หมายถึง สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง คือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกปิดข้อมูลผู้โอน ผู้รับโอน และปริมาณการโอน และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิให้กับผู้ถือสามารถควบคุมการปกปิดข้อมูลผู้โอน ผู้รับโอน หรือปริมาณการโอนได้
#3160
บล.คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) ระบุว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา Dow Jones ปรับฐานลงมา 0.75% นักลงทุนกังวลกับการระบาด COVID-19 ในสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งกำลังเกิดการระบาดหนักอีกครั้งในเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และ ออสเตรีย ขณะเดียวกันปัจจัยดังกล่าวได้กดดันให้ราคาน้ำมัน WTI และ BRT ปรับฐานลง 3.7% และ 2.9% ตามลำดับ ปัจจัยข้างต้นอาจเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นสัปดาห์ รวมถึงกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) และโรงแรมที่มีพอร์ตรายได้ใน EU (MINT)

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องของ COVID-19 มีผลต่อตลาดหุ้นเพียงระยะสั้น เนื่องจากในระยะกลาง COVID-19 จะดีขึ้นจากวัคซีนที่มีพัฒนาการรวมถึงยารักษา

ส่วนปัจจัยสัปดาห์นี้ (1) การประกาศแผนการร่วมมือกันระหว่าง TRUE และ DTAC ในต้นสัปดาห์ ทั้งนี้หากเราทราบผลประชุมจะมีการรายงานอีกครั้ง (2) ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในวันจันทร์ Bloomberg ประเมินส่งออก +16.5%YoY และนำเข้า +29.6%YoY หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดอาจทำให้บรรยากาศการลงทุนเป็นบวกบ้างเล็กน้อย (3) ตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศวันอังคารสหรัฐมีกำหนดรายงาน PMI ภาคบริการและภาคผลิต Bloomberg ประเมินที่ 59.1 และ 59 ตามลำดับ ส่วนอีกตัวเลขจะอยู่ในวันพฤหัสบดีสำหรับผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน Bloomberg Consensus ประเมินที่ 2.59 แสนราย

ดังนั้น จากปัจจัยทั้งหมดเชื่อว่ามีผลต่อการลงทุนไม่มากนักจึงเชื่อว่า SET INDEX สัปดาห์นี้จะยังแกว่งในกรอบ 1,625-1,660 จุด กลยุทธ์การลงทุน หากต้นสัปดาห์ปรับตัวลงจากความกังวล COVID-19 ระบาดใน EU มองเป็นโอกาสสะสม โดยเฉพาะกลุ่มอิงภายในประเทศ ค้าปลีก (BJC CRC CPALL DOHOME GLOBAL HMPRO) ธนาคารพาณิชย์ (BBL) รถไฟฟ้า (BTS BEM) สื่อนอกบ้าน (VGI) เครื่องดื่ม (TACC) ร้านอาหาร (M) โรงภาพยนตร์ (MAJOR) ขณะที่หากระหว่างสัปดาห์เกิดการปรับฐานก็มองเป็นโอกาสสะสมเช่นกัน ส่วนระยะสั้นแนะ (AH BCP EPG PTG SAT TOA)